หากคุณต้องการแค่จัดวางเฟอร์นิเจอร์เพื่อประโยชน์ใช้สอยทั่วไปการจ้างนักออกแบบตกแต่งอาจจะไม่ค่อยจำเป็นนัก แต่ถ้าคุณอยากได้บ้านที่ตรงความต้องการกับเจ้าของบ้าน การจ้างนักออกแบบตกแต่งภายในมืออาชีพนั้นมีความจำเป็นอย่างยิ่ง นอกจากเพื่อการเสริมเติมแต่งบ้านและจัดวาง พื้นที่ให้สวยงามแล้ว นักออกแบบยังสามารถช่วยปรับพื้นที่ใช้สอยให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับเจ้าของบ้าน และคุมงบประมาณตามความต้องการของเจ้าของบ้านได้อีกด้วย อีกทั้งยังเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสมกับแต่ละจุด โดยคำนึงถึงคุณสมบัติและความเหมาะสมของพื้นที่นั้นๆ วันนี้เราจะมาพูดถึงกระบวนการคร่าวๆของการจ้างงานและการทำงานร่วมกันกับนักออกแบบตกแต่งภายในดังนี้
- โดยทั่วไปกระบวนการนี้จะเริ่มต้นด้วยการปรึกษาหารือเบื้องต้นกับนักออกแบบตกแต่งภายใน เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับเป้าหมาย สไตล์งานที่ชอบ และงบประมาณโดยรวมของเจ้าของโครงการ
- ในระหว่างการประชุมนี้ นักออกแบบจะประเมินพื้นที่ของคุณและทำเสนอราคาค่าออกแบบ
- จากข้อมูลที่รวบรวมจากการพูดคุยกันเบื้องต้น นักออกแบบตกแต่งภายในจะนำข้อมูลมาปรับให้ตรงคอนเซ็ปต์แล้วนำเสนอแนวคิดคร่าวๆ
- แนวคิดนี้รวมถึงแนวคิดสำหรับสไตล์การออกแบบโดยรวม โทนสี การเลือกเฟอร์นิเจอร์และการตกแต่ง จะเสนอออกมาเป็น Mood & Tone ให้ลูกค้าเห็นภาพรวมเบื้องต้น
- นักออกแบบจะช่วยประเมินค่าใช้จ่ายต่างๆ ตลอดจนค่าวัสดุ เฟอร์นิเจอร์ และผู้รับเหมาหรือช่างเทคนิคที่จำเป็นสำหรับโครงการ โดยยึดคอนเซ็ปต์ที่คุยกันในครั้งแรกเป็นหลัก
- เมื่อคุณอนุมัติแนวคิดการออกแบบและงบประมาณแล้ว นักออกแบบภายในจะเริ่มพัฒนาแผนงานออกแบบโดยละเอียด
- ซึ่งรวมถึงการออกแบบภาพทัศนียภาพ(Perspective) การทำแบบก่อสร้าง(Working Drawing) การเลือกเฟอร์นิเจอร์และวัสดุเฉพาะ(Material Specification) และวางไทม์ไลน์สำหรับโครงการ
- ผู้ออกแบบจะจัดหาวัสดุ เฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งที่จำเป็นและเหมาะสมสำหรับโครงการของคุณ โดยจะเลือกจากรูปแบบที่ตรงหรือคล้ายคลึงกันกับแบบ ซึ่งการใช้วัสดุที่มีคุณภาพดี สวยงาม และมีคุณสมบัติตรงกับความต้องการของเจ้าของบ้านจะทำให้โครงการออกมาสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น (ตัวอย่างงานบัวโพลิยูรีเทนตกแต่งภายใน)
- หากโครงการของคุณเกี่ยวข้องกับการรีโนเวทหรือปรับปรุงใหม่ นักออกแบบภายในอาจดูแลไปถึงกระบวนการก่อสร้าง โดยทำงานอย่างใกล้ชิดกับผู้รับเหมาและช่างเพื่อให้แน่ใจว่างานจะดำเนินไปอย่างถูกต้องและช่วยดูรายละเอียดของงานให้ออกมาสมบูรณ์
- เมื่องาน Built-in และงานสีเรียบร้อยแล้ว นักออกแบบจะดูแลการจัดวางเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่ง เพื่อให้มั่นใจว่าทุกอย่างถูกจัดวางไว้อย่างสวยงาม เหมาะสม
- นอกจากนี้ยังอาจให้คำแนะนำเกี่ยวกับองค์ประกอบเพิ่มเติม เช่น งานศิลปะ ภาพวาดตกแต่งผนัง และอุปกรณ์เสริมอื่นๆ
- หลังจากการติดตั้งเสร็จสมบูรณ์ โดยปกติแล้วคุณจะต้องปรึกษานักออกแบบตกแต่งภายในเป็นครั้งสุดท้ายเพื่อให้แน่ใจว่าคุณพอใจกับผลลัพธ์ และเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องหรือการปรับเปลี่ยนใดๆ ที่เหลืออยู่
- นักออกแบบภายในจะสรุปโครงการเพื่อให้แน่ใจว่าทุกอย่างเสร็จสิ้นตามความพึงพอใจของคุณ
การจ้างนักออกแบบตกแต่งภายในนอกจากจะทำให้บ้านสวยแล้ว ยังสามารถช่วยเจ้าของบ้านให้ประหยัดเวลา หลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดที่อาจทำให้เกิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม และช่วยให้มั่นใจได้ว่าพื้นที่ของคุณได้รับการออกแบบอย่างมืออาชีพและสะท้อนถึงสไตล์และความต้องการของตัวคุณ อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือต้องเลือกนักออกแบบที่มีสไตล์สอดคล้องกับสไตล์ของคุณเองและคนที่คุณสามารถสื่อสารด้วยได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดกระบวนการ เพื่องานที่สวยมีคุณภาพและสมบูรณ์แบบตามความต้องการของเจ้าของบ้านอีกด้วย
